เป็นเมืองที่มีความสำคัญในหลายๆด้าน ทั้งการประมง การคมนาคม และทางเศรษฐกิจ ซึ่งแน่นอนว่าเมืองที่มีความสำคัญเช่นนี้ ย่อมมีการป้องกันมากเป็นพิเศษ ที่เมืองนี้มีการติดตั้งเครื่องเซฟฟ์วอลล์รอบตัวเมืองทั้งสิ้น 15 เครื่อง และในใจกลางเมืองอีก 4 เครื่อง รวมทั้งมีกองกำลังพิเศษของอาคิเนม ที่ชื่อว่า ไพรด์บุลเล็ต(Pride Bullet)
ไพรด์บุลเล็ต ถ้าจะให้พูด ก็เป็นหน่วยงานคล้ายๆกับเบรฟซอรด์ของอาณาจักรจิแคลนม่า มีหน้าที่พิทักษ์ความปลอดภัยให้แก่ประชาชนธรรมดาทั่วไป
แต่เนื่องจากการทำสงครามเย็นกันระหว่างสองอาณาจักรนี้ ทำให้ทั้งเบรฟซอรด์และไพรด์บุลเล็ตจึงไม่ทำงานร่วมกันนั่นเอง
------------------------------------------------------
รถไฟขบวนหนึ่งขับเคลื่อนผ่านช่องว่างของหุบเขา ซึ่งเป็นทางเข้าเมืองไฮท์วิลล์เพียงทางเดียวหากเดินทางด้วยรถไฟ และรถไฟขบวนนั้นก็ได้จอดที่สถานีอย่างช้าๆ
"รถไฟขบวน ไดฮ์(Dieh) - ไฮท์วิลล์ จอดเทียบท่าแล้ว ขอเชิญผู้โดยสารออกมาทางชานชาลาที่สามด้วยค่ะ"
เด็กหนุ่มคนหนึ่งเดินลงมาพร้อมกับกระเป๋าใบใหญ่หนึ่งใบ เค้าหยิบตั๋วเดินทางออกมาเตรียมใช้ตรวจเอกสารขาออกที่ชานชาลาสาม
"ขอตั๋วเดินทางด้วยครับ" เจ้าหน้าที่ตรวจบัตรยื่นมือขอเอกสารเดินทาง ซึ่งตั๋วเดินทางสมัยนี้สามารถใช้ตรวจสอบเอกสารได้ทุกอย่างทีเดียว หลังจากที่ตั๋วเดินทางผ่านเครื่องตรวจเลเซอร์แล้ว ก็ปั๊มป์ใบรับรองการเดินทางลงไป
"ขอบคุณที่ใช้บริการครับ คุณเซฟีโร่"
เด็กหนุ่มคนนั้นยิ้มด้วยความนอบน้อม พร้อมกับตอบกลับไปเช่นกัน
"ขอบคุณมากครับ"
เซฟีโร่หยิบกระเป๋าพร้อมกับลงนั่งที่บริเวณจุดเรียกรถโดยสาร ซึ่งมีผู้คนมากหน้าหลายตาเดินผ่านเข้าออกสถานีรถไฟแห่งนี้จำนวนมากในแต่ละวัน หลังจากนั่งไปได้สักพักก็มีรถโดยสารมาจอด
"เข้าตัวเมืองครับ" เซฟีโร่จ่ายเงินหลังจากขึ้นไปนั่งบนรถโดยสารแล้ว รถขับเคลื่อนเข้าตัวเมืองด้วยความเร็วที่เพิ่มขึ้นอย่างช้าๆ ในระหว่างนั้นเซฟีโร่ก็มองหน้าต่างชมวิวไปพลาง
"ลุงดันนอธ(Dunnoth)ให้เรามาที่เมืองนี้ทำไมเนี่ย" เซฟีโร่ถอนหายใจเบาๆ จากนั้นเค้าก็หยิบกระดาษขึ้นมาแผ่นหนึ่ง ซึ่งมีเขียนจดรายการหลายๆอย่างอยู่
"ให้ตามหาคนชื่อทริกเกอร์ให้เจอที่เมืองนี้เหรอ ไม่ง่ายนักสิครับลุง" เซฟีโร่พูดกับตัวเองเบาๆ ในระหว่างนั้นรถก็วิ่งเข้าสู่ตัวเมืองอย่างรวดเร็ว ไม่นานนักรถโดยสารก็จอดที่บริเวณรอบนอกตัวเมือง
"จากตรงนี้ไปจะเข้าตัวเมืองยังไงครับ" เซฟีโร่แบกกระเป๋าถามพนักงานขับรถโดยสาร ซึ่งเค้าก็อธิบายพร้อมวาดแผนที่ประกอบให้เซฟีโร่ เด็กหนุ่มจึงขอบคุณในความเอื้ออาทรของคนขับรถ แล้วเดินทางเข้าสู่ตัวเมือง
ตัวเมืองของอาณาจักรนี้อยู่ติดชายทะเล การโดยสารเข้าไปคือการนั่งรถเล็กเพื่อเข้าตัวเมือง แต่ดูจากแผนที่แล้ว ก็ไม่น่าไกลนัก เซฟีโร่จึงตัดสินใจว่าจะเดินเข้าตัวเมืองแทนดีกว่า
บริเวณชายทะเลที่เซฟีโร่เดินผ่าน ซึ่งจัดได้ว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวนั้น มีโรงแรมเรียงรายอยู่มากมาย ซึ่งเซฟีโร่ก็ได้มองๆหาที่พักไปด้วยในตัว
และในโรงแรมที่เรียงรายอยู่ริมทะเลอยู่จำนวนมากนั้น มีอยู่ห้องหนึ่งที่มีเด็กสาวคนหนึ่งเปิดผ้าม่านออก พร้อมกับยิ้มรับแสงแดดตอนเช้า
"อากาศตอนเช้าดีจริงๆนะคะเนี่ย" เด็กสาวยิ้ม ซึ่งเป็นรอยยิ้มแสดงให้เห็นถึงความสดใสและความมีชีวิตชีวาของเด็กสาวคนนั้น
ในตอนนั้นเองก็มีผู้หญิงอีกคนเดินเข้ามาในห้องพร้อมกับอาหารอีกชุดหนึ่ง
"ตื่นแล้วเหรอคะ ท่านโคยูกิ(Koyuki)" ผู้หญิงคนนั้นวางอาหารวางไว้บนโต๊ะ เด็กสาวอีกคนจึงมานั่งที่โต๊ะอาหาร
"แล้วพี่ทานรึยังคะ พี่เซริว(Zeryu)"
"ยังค่ะ รอให้ท่านโคยูกิทานก่อน" เซริวตอบด้วยท่าทีเป็นห่วง แต่ก็ไม่แสดงออกให้เห็นชัดนัก "แล้วก็อย่าเรียกว่าพี่สิคะ ในเมื่อดิฉันเป็นองค์รักษ์ของท่านอยู่"
โคยูกิทำหน้าเบื่อๆเล็กน้อย "พี่เองก็อย่าเรียกหนูว่าท่านด้วยสิ ดูไม่สนิทสนมกันเลยอ้ะ"
"ค่ะ" เซริวพยักหน้า ดูเหมือนเธอจะเว้นระยะระหว่างคำว่าพี่น้องกับองค์รักษ์พอสมควร "ขอโทษที่เผลอไปค่ะ"
"พี่นี่ก็.....นะคะ" โคยูกิบ่นอุบอิบกับตัวเอง เซริวก็ได้แต่ยืนดูโคยูกิกินข้าวไป
"ไม่ต้องห่วงค่ะ อยู่ข้างนอกดิชั้นจะปฏิบัติกับท่านเช่นเดียวกับสหายทั่วไปแน่นอนค่ะ"
"ตอนนี้ด้วยก็ได้นะคะ" โคยูกิหันไปหาเซริว "พี่กับหนูโตมาไล่ๆกันนะคะ เรียกว่าพี่น้องก็ได้ หากแต่หนูไม่ได้เกิด..."
"ไม่ต้องพูดแล้วค่ะ" เซริวคุกเข่าพร้อมกับจับมือโคยูกิไว้ "ดิชั้นจะปกป้องท่านไว้ด้วยชีวิตเลย"
โคยูกิได้ยินดังนั้นก็ยิ้ม แล้วจึงหันไปทานอาหารต่อ
"พี่คะ มาทานด้วยกันไหม"
เซริวส่ายหน้า ก่อนจะถอยไปยืนดูเด็กสาวทานอาหารด้วยความเอร็ดอร่อย
ในระหว่างนั้นเอง จู่ๆที่พื้นดินก็มีแรงระเบิดขึ้นมา สัตว์อสูรปรากฎกายอยู่ตรงหน้าโรงแรมที่พวกโคยูกิอยู่
เด็กสาววิ่งไปดูเหตุการณ์ที่หน้าต่างทันที เมื่อเห็นสัตว์อสูรจึงรีบวิ่งลงไปหาสัตว์อสูรทันที
"อะไรเนี่ย" โคยูกิลงมายืนประจันหน้ากับสัตว์อสูร ซึ่งดูเหมือนกำลังจะบ้าคลั่งได้ที่ ในขณะที่โคยูกิตั้งท่าจะชักดาบนั้นเอง ก็มีเงาอะไรสักอย่างพุ่งผ่านเธอไป พร้อมกับตวัดคมดาบใส่สัตว์อสูรที่อยู่ตรงหน้าจนสลายไป
"เป็นอะไรไหมคะ" เซริวกระโดดถอยหลังมาหาโคยูกิหลังจากจัดการกับสัตว์อสูรได้แล้ว
"ไม่เป็นไรจ๊ะ" โคยูกิยิ้มๆ ในตอนนั้นเองก็มีปีศาจพุ่งมาหาเซริวจากด้านหลัง เธอประมาทเกินไป
ในตอนนั้นเองที่สีเสียงฝ่าสายลมของวัตถุชนิดหนึ่ง ซึ่งเซริวก็ไม่ทันรู้สึกตัวด้วยซ้ำ แต่สิ่งนั้นพุ่งเข้าไปฝังในหัวของปีศาจที่หมายจะเล่นงานเซริวจากด้านหลังอย่างแม่นยำ
เซริวมองย้อนกลับไปในทิศทางที่วัตถุนั้นลอยมา ซึ่งก็ได้เห็นเซฟีโร่หันปืนมาอยู่พอดี
"ปลอดภัยนะครับ" เซฟีโร่ชักปืนลงพร้อมกับวิ่งเข้ามา
"ขอบคุณนะคะที่ช่วย" เซริวก้มโค้งคำนับ โคยูกิเองก็เช่นกัน
"ปลอดภัยก็ดีแล้วล่ะ" เซฟีโร่ยิ้มตอบ "ตอนนี้รีบไปจากบริเวณนี้ดีกว่า"
โคยูกิได้ยินจึงทำท่าสงสัย แต่ยังไม่ทันจะได้เอ่ยปากถาม เซริวก็อุ้มเธอวิ่งตามเซฟีโร่ที่วิ่งนำไป
"เกิดอะไรขึ้นเหรอคะ" เซริวหันไปถามเซฟีโร่ เซฟีโร่เองก็ส่ายหน้าเล็กน้อย
"ไม่รู้ว่าทำไมสัตว์อสูรจึงเข้ามาในตัวเมืองได้ ทั้งๆที่ยังมีเครื่องเซฟฟ์วอลล์อยู่" เซฟีโร่แจงข้อสงสัยให้กับเซริวฟัง แต่เซริวกลับทำหน้างงๆ
ในตอนนั้นเองจู่ๆสัตว์ปีศาจก็พังพื้นดินมาจับขาเซฟีโร่ไว้ แต่ด้วยปฏิกิริยาตอบโต้ที่รวดเร็ว กระสุนนัดต่อมาฝังที่หัวของสัตว์ปีศาจอย่างรวดเร็วก่อนที่มันจะใช้อีกมือหนึ่งทำร้ายตัวเขาเองเสียอีก
"เป็นอะไรไหมคะ" เซริวซึ่งวิ่งนำไปแล้วถอยกลับมา
"ระวังตัวด้วยนะ สัตว์อสูรมีจำนวนมากกว่าที่คิด"
ช่วงเวลานั้นเอง พื้นดินบริเวณที่พวกเซฟีโร่ยืนอยู่ก็ยุบลง พวกเขาตกมาอยู่ในกับดักเสียแล้ว
"โอ๊ย เจ็บๆๆ" โคยูกิกุมหัวตัวเอง ดูเหมือนเธอจะเอาหัวลงพื้น
"เป็นอะไรมากไหมคะ" เซริวหันไปถามด้วยความเป็นห่วง แต่โคยูกิก็ส่ายหน้า
"แย่ล่ะ" เซฟีโร่ชักปืนขึ้นมาอีกหนึ่งครั้ง "พวกเราติดกับมันซะแล้วล่ะครับ"
ยังไม่ทันจบประโยค สัตว์อสูรก็กระโจนลงมาหาเซฟีโร่ซึ่งตั้งท่ารออยู่แล้ว แต่ในตอนนั้นเองตัวสัตว์อสูรกลับเกิดเปลวไฟลุกไหม เซฟีโร่หลบสัตว์อสูรที่ตกลงมาถึงพื้นพร้อมกับไฟที่ลุกท่วมตัว
"ใครกันน่ะ" เซริวชักดาบขึ้นมาพร้อมกับมองขึ้นไปทางปากหลุม ก็พบกับเด็กหนุ่มผมสีเงินอีกคน เซริวตั้งท่าสู้กับคนๆนั้นทันที
"เมื่อกี้นี้มัน" เซฟีโร่มองขึ้นไปทางเด็กหนุ่มคนนั้นเช่นกัน "ใช่เวทย์มนต์รึเปล่าครับ"
"ใช่แล้ว" เด็กหนุ่มคนนั้นตอบด้วยน้ำเสียงเย็นชา พร้อมกับมองพวกเซฟีโร่ด้วยหางตา ก่อนจะตั้งท่าเดินหนีไป
"คุณชื่ออะไรครับ" เซฟีโร่ตะโกนย้อนขึ้นไป อีกฝ่ายก็ชะงักไปพักหนึ่ง
"ข้าชื่อซิคพีท คงได้เจอกันอีกเร็วๆนี้แหล่ะ"